นายสาธิต รังคสิริ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี กรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังศูนย์วิจัยกฎหมายและพัฒนา คณะนิติศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิเพื่อสนับ สนุนการพัฒนาวิชาการทางนิติศาสตร์ ที่อยู่ระหว่างแก้ไขประมวลรัษฎากรเพื่อเสนอมุมมองทางวิชาการเพื่อแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับคณะบุคคล เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมากเลือกจดทะเบียน ธุรกิจเป็นคณะบุคคล เพราะสามารถลดภาระภาษีอย่างถูกกฎหมายได้ ซึ่งปัจจุบันมีคณะบุคคลที่จดทะเบียนกับกรมสรรพากรเป็นหลักแสนราย แต่หลังจากจดทะเบียน ไปแล้วมีทั้งที่สามารถติดตามและไม่สามารถติดตามเพื่อชำระภาษีได้
นายสาธิต กล่าวว่า สิ่งที่จะส่งให้ศูนย์วิจัยกฎ หมายฯศึกษาพร้อมกันไปด้วยคือการจัดเก็บภาษีคู่สมรส ว่าถึงเวลาที่ต้องแก้ไขเพื่อให้คู่สมรสแยกกันยื่นเสียภาษี แทนที่จะคิดรายได้รวมแล้วยื่นครั้งเดียวจะทำให้เม็ดเงินในการเสียภาษีสูงขึ้น เพราะระบบภาษีในประเทศไทยจัดเก็บอัตราก้าวหน้า ยิ่งมีเงินได้มากก็ต้องเสียมาก ขณะที่การแยกยื่นภาษีจะช่วยให้รายได้สุทธิในการคำนวณภาษีลดลง ซึ่งบุคคลธรรมดาส่วนใหญ่จะเสียภาษีในอัตราต่ำสุดที่ 5%
ส่วนกรณีที่นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เสนอกระทรวงการคลังลดภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) 6 ด้านเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับข้อเสนอ แต่ไม่มีประเทศใดในโลกดำเนินการเช่นนั้น โดยเฉพาะข้อเสนอที่ให้ยกเว้นแวตให้บริษัทนำเที่ยวที่ขายแพ็กเกจท่องเที่ยวในประเทศในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ในกรณีที่ทำยอดได้ตามกำหนด และลดภาษีให้บริษัทต่างชาติที่เป็นบริษัทด้านออร์แกไนซ์นำค่าใช้จ่ายการจัดประชุมสัมมนามาหักค่าลดหย่อน เพราะทั้งสองกรณีผู้ประกอบการด้านท่องเที่ยวได้จัดเก็บแวตจากลูกค้าไว้ก่อนแล้ว หากต้องลดหย่อนให้ผู้ประกอบการก็เท่ากับโกงภาษีลูกค้าหรือผู้บริโภค ซึ่งในหลักภาษีสากลไม่สามารถทำได้
ที่มา : วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 18 ฉบับที่ 6479 ข่าวสดรายวัน |